ม๊าขอชื่นชมความอดทนของปันดา เดินไปเรื่อยๆ พร้อมผู้ใหญ่ ไม่มีบ่นเรื่องเหนื่อย มีแต่บอกว่าหนาว โชคดีแม่หน่อยเอาหมวกสตอเบอรี่มาคลุมหัว และแก้มให้ มีคนหลายสิบคนยืนรออยู่แล้วตรงจุดชมวิว ตอนนี้หกโมงจะครึ่งแล้ว แต่พระอาทิตย์ยังคงขี้เกียจ ไม่มีทีท่าจะโผล่หน้ามาให้เราเห็น แต่เราก้อได้ชื่นชมกับหมอกหนาและลมเย็นสะท้านเป็นระยะๆ ปันดาโชคดี ได้ลมพัดแรงหนึ่งวูบ เปิดให้เห็นหน้าผาภู เลยชี้ฟ้าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกส่งให้ป๊าได้ตามคำสัญญา แม่แอนก้อได้รูปต้นไม้ ใบหญ้า สนเขา ถึงจะไม่ได้เห็นทะเลหมอกอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะฝนตกมาสองสามวันและอากาศชื้นมาก แต่ก้อได้ภาพม่านหมอกที่ถูกใจมาหลายภาพ
อ้อ..พวกเราเห็นตรงกันว่าทั้งดอยผาตั้งและภูชี้ฟ้า เค้าเลือกทำห้องน้ำตรงมุมที่สวยเชียว แต่ต้องอดทนกับกลิ่นและความสะอาดพอควร เฮ้อ..คนไทยน่าจะให้ความสำคัญเรื่องนี้และคิดถึงคนอื่น(ที่มาใช้ต่อ)มากขึ้นอีกนิดนะ
แม่หน่อยกับสตอเบอรี่ที่ซื้อมาจากดอยผาตั้งเมื่อวาน กินของสดแล้วชื่นจายยยยยย..
พวกเราเช็คเอ้าท์ประมาณเก้าโมงเช้า และมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงราย ตอนผ่านแถวแม่สรวยช่วงสิบเอ็ดโมง เราเจอข้าวหลามตั้งเป็นซุ้มๆ ขายริมถนน พวกเราบอกน้าโชติจอดดดดหน่อยค่า ได้ชิมข้าวหลามใส่งา อร่อยเหาะ มื้อเที่ยงแม่หน่อยแนะนำให้แวะทานข้าวที่สวนจริณรีสอร์ท กินอาหารอร่อยริมแม่น้ำกก ตบท้ายด้วยพายสารพัดแบบอร่อยมั่กๆ เสียดายไม่มีรูปอาหารเพราะมัวแต่กิน เอิ๊กๆๆ ดูรูปสองสาวน้อยตอนรออาหารไปแทนละกัน
จากนั้นเราก้อไปเยี่ยมชมวัดร่องขุ่น พี่แก้ว แม่หน่อยและคุณยายขอนั่งพักตรงมุมช้อปปิ้งเพราะเคยมาแล้ว สองสาวเลยพาพ่อหนุ่มแม่แอนไปเดินชมสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์แทน เดินผ่านร้านกาแฟ เจออาจารย์เฉลิมชัยนั่งคุยกับแขกของท่านอยู่ เราก้อยิ้มให้ยกมือไหว้ ท่านก้อรับไหว้ยิ้มรับบอกเสียงดัง "เชิญเลยๆๆ" เราเข้าไปไหว้พระและร่วมทำบุญในโบสถ์ พร้อมกับชื่นชมความงามของภาพเขียน และงานปั้นตระการตา ถูกใจที่ปลาในสระรอบโบสถ์ของอาจารย์ยังเป็นสีขาวเลยอ่ะ วันนั้นเมฆขาว และฟ้าสีฟ้าจัด ยิ่งขับให้วัดร่องขุ่นดูงามตระการยิ่งขึ้นไปอีก อีกอย่างที่ประทับใจก้อคือแกลเลอรี่รวบรวมภาพเขียนของอาจารย์ตั้งแต่สมัยเด็ก วัยรุ่น จนกระทั่งมีชื่อเสียง ได้เห็นภาพที่มีลายพระหัตถ์ในหลวงที่ขอให้แก้ไขงานเพื่อออกแบบตราที่ระลึกให้กับคณะแพทย์พยาบาลแล้วก้อทึ่งปนตื้นตันใจว่าพระองค์ท่านไม่มองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ วันนี้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ
บ่ายแก่ๆ เราไปเที่ยวไร่แม่ฟ้าหลวง ได้ชื่นชมสวน ต้นไม้ร่มรื่น และอาคารไม้ต่างๆ ที่รวบรวมไม้จากบ้านเก่าๆ หลายๆ หลัง ที่คหบดีและประชาชนชาวเชียงรายได้ร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวายแม่ฟ้าหลวง เด็กๆ ได้รับข้อมูลทั้งสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ล้านนา ได้ชมพิพิธภัณฑ์แม่ฟ้าหลวง เห็นของเก่า และงานศิลป์เก่าๆ ก้อชื่นใจแทนคนพื้นเมือง ที่ยังสามารถอนุรักษ์ความดีงามเหล่านี้ไว้ได้
เย็นวันนี้ เราเข้าเช็คอินที่เลอเมอริเดียนเชียงราย ได้อัพเกรดห้องขึ้นเป็น Oversize มองเห็นวิวสระน้ำและแม่น้ำกก มีเวลานั่งเล่นริมระเบียงนิดหน่อย (เพราะตั้งใจจะไปเดินเล่นไนท์บาร์ซาร์ต่อ) สบายกายใจจัง น้าโชติเข้ามารับเราตอนใกล้ๆ หกโมง เพื่อไปกินข้าวและเดินเล่นแถวหอนาฬิกาใหม่ที่ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย (อีกแล้วคับทั่น) ทุ่มนึงก้อได้ดูโชว์แสงสีของหอนาฬิกาประกอบเสียงเพลง "เชียงรายรำลึก" ... ณ ราตรีหนึ่ง ยังตรึงซึ้งใจ เชียงรายฟ้าแจ่ม ....ฟ้าก้อแจ่มเป็นใจเพราะพระจันทร์เต็มดวงซะด้วย ไอดินน่ะบอกชอบมากจนอยากให้ม๊ามาซื้อบ้านอยู่เชียงรายอีกหลัง อื้ม...รวยจิ๊งงง!! อ้อ..เรื่องอาหารห้ามลืมพูดถึง ไส้อั่วอร่อยมั่กๆ แถวๆ หอนาฬิกา จำชื่อร้านไม่ได้แล้วอ่ะ แอนกับพี่หนุ่มฟาดกันไปครึ่งกิโล (เท่านั้นเอ๊งงงง) ส่วนปันดา แม่หน่อย พี่แก้วและคุณยายไปกินข้าวต้มปลาแทน พวกเราตบท้ายด้วยน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ยักษ์จิ้มสังขยา ร้านโทนิว ยังๆๆๆ ยังไม่หมด ตบท้ายอีกทีที่ไนท์บาร์ซาร์บัวลอยไข่เค็ม และบัวลอยไอศครีมของป้าอ้วน พวกเราไม่ค่อยถนัดไข่เค็มในของหวาน แต่บัวลอยไอศกรีมโอเคเลยค่า คืนนี้อิ่ม อร่อย นอนสบายยย